วันพฤหัสแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็ว
พรุ่งนี้ประชุม นั่นแสดงว่าเราต้องรีบออกงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เคยรับปากไว้
กดดันเหมือนกันนะ กับเวลาที่เหลือน้อย แต่ดันต้องทำอะไรให้มันมากขึ้น
และที่น่าสมน้ำหน้าที่สุดก็คือ เรื่องที่เราต้องทำมากขึ้น
มันเป็นเรื่องที่เราเสนอขึ้นมาเอง
วานนี้ เจ้านายขอไฟล์ที่เราเอาไปฉายตอนประชุม
สไลด์...ที่เราคิดขึ้นมาได้ตอนที่กำลังเดินกลับจากทานข้าว
เจ้านายบอกว่า จะเอาไปเป็น Hilight แผนก
ใช้คำว่า "เรา" ทั้งที่มันเป็น Idea ของ "ฉัน"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงเดือดไปแล้ว ที่งานเราถูกขโมยซีนอีกตามเคย
แต่ตอนนี้เฉย ๆ ค่ะ เพราะงานก็เป็นของเรา นายเรารับรู้
ถ้าผลงานของเราทำให้นายเติบโต นายเราก็จะมี power ผลักเราเติบโตไปด้วย
...
วันนี้วันเกิดน้องชายนายกุ๊กกิ๊ก
น้องชายคนเล็กที่เรารักมาก เพราะเป็นน้องที่เรารอคอยมานาน
คืออยากมีน้องตัวเล็ก ๆ แต่แม่ไม่ยอมมีให้
รอจนเราอายุ 13 ปี แม่ก็เลยมีน้องตัวเล็กให้ ซึ่งก็คือเจ้ากิ๊กนี่แหละ
ตอนแรกเราตั้งชื่อให้ว่าน้องเก็ต มาจาก เกียรติ กับนิต
แต่แม่ชอบชื่อกุ๊กกิ๊ก ก็เลยต้องชื่อ "กิ๊ก"
แม่บอกว่า จะได้คล้องกัน หนุงหนิง จิ๊กโก๋ กุ๊กกิ๊ก
กิ๊กเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมาก กินแล้วก็นอน
ตัวอ้วน ขาว ผิวพรรณดี ใครเห็นก็อยากอุ้ม
เราเองตอนนั้น ก็ต้องลาออกจากชมรมวอลเล่ย์บอล
เพราะต้องมาช่วยแม่เลี้ยงน้องตอนเย็น
ตกเย็น เรามีหน้าที่ปั่นจักรยานพาน้องเที่ยวระหว่างที่แม่ทำกับข้าว
พูดได้ว่า เจ้ากิ๊กเนี่ยะ เราเลี้ยงมากับมือเลยก็ว่าได้
กิ๊กเป็นคนอดทนสูง..เจ็บแค่ไหนก็ไม่ร้องไห้
ผิดกับเรา โตจนป่านนี้ โดนมีดบาดยังร้องไห้อยู่เลย
..พรุ่งนี้แม่นัดเลี้ยงวันเกิดน้อง ไม่มีของขวัญให้หรอกค่ะ มีแต่ใจ หุหุ...
...
เมื่อวานอ้อนไปหาหมอที่คลีนิควุฒิ-ศักดิ์
เราก็ไปนั่งรอเป็นเพื่อน เหมือนวันพุธเป็นวันสะสาง
คือต่างคนมีอะไรก็จะมานั่งคุยกัน
อ้อนเคลียร์เรื่องวันนั้นที่บอกว่าไม่มีใครสลับเข้ากะบ้าง
ซึ่งบอกตามตรงว่าวันนั้นที่อ้อนบอก เราจิตตกไปเหมือนกัน
เหมือนไม่แบ่งภาระน้อง
แต่พอได้คุยกันกับอ้อน อ้อนก็เคลียร์ว่าอ้อนหมายถึงพี่เอกกับโอ๋
อยากให้มาสลับ อ้อนจะได้นอนเร็วบ้าง ...
เราก็เลยคิดไว้ในใจว่า ถ้าวันไหนพี่ป่องไม่มา วันนั้นเราจะเฝ้าพ่อแทนอ้อนเอง
เพราะคิดดูแล้วก็น่าเห็นใจอ้อนเหมือนกัน สิวขึ้นเยอะก็คงเพราะแบบนี้
..ละเอียดอ่อนจริง ๆ นะ คำว่า "ครอบครัว"
แค่คำพูด 2-3 คำ เราก็ก็เก็บมาเป็นกังวล
ก็คงต้องบริหารและจัดการกันดีดีอ่ะค่ะ ถ้าตั้งใจประคับประคอง
"ครอบครัว" ก็ไปรอด..
เช้านี้ตื่นตีสี่มาทำข้าวผัดให้พ่อ พ่อทานไป 65%
มองในแง่ดีก็คือเราทำเยอะเกินไป
ซึ่งถ้ามองในแง่ร้ายก็คือ รสชาติอาจจะไม่ถูกปาก
คือตอนแรกว่าจะแบ่งมาทานเองบ้าง แต่แล้วเปลี่ยนใจยกให้พ่อหมด
ก็เลยเหลือเยอะเกือบครึ่ง
..ไม่ได้ตั้งใจจะให้พ่อเป็นหนูลองยาหรอกนะคะ
แต่เราอยากฝึกไปเรื่อย ๆ อ่ะ เพราะตอนที่อยู่บ้าน
เราก็ทำโน่นทำนี่อยู่เป็นประจำ แล้วก็จะมีเจ้ายูกับโก๋คอยช่วยกิน
ซึ่งมันก็เป็นความสุขของเราอีกแบบนึง
..แต่เช้าวันนี้ สามีทอดไข่เจียวให้ทานค่ะ
ฝีมือทอดไข่เจียวของคุณวีร์เด็ดมาก ๆ
ก็คือรสชาติกำลังดี แล้วก็นุ่มมาก อร่อยค่ะ
แต่ทานเยอะไม่ได้ คือตอนนี้ก็พยายามลดน้ำหนักอยู่ พยายามให้ลงมาเหลือ 46-47 กก.
แรงจูงใจคือ เราอยากจะเป็นตัวอย่างให้น้องอีกคนนึงที่เค้ากินกาแฟลดน้ำหนัก
ว่าการลดน้ำหนัก มันต้องใจเด็ด ไม่ใช่ว่าอยากกินอะไรก็กิน
เพราะคิดว่าตัวเองกินกาแฟแล้ว ยังไงน้ำหนักต้องลด
เย็นนี้ตั้งใจรีบกลับบ้าน จะกลับไปล้างห้องน้ำซะกะหน่อย
เพราะเมื่อวันอาทิตย์กว่าจะเข้าบ้านก็ค่ำ ไม่ได้ทำอะไรเลย
เมื่อคืนนอนไม่หลับ ขยับตัวไปมา
สุดท้ายก็ตัดสินใจพลิกตัวไปกอดแขนคุณวีร์
คุณวีร์งัวเงียตื่นขึ้นมา แล้วก็ถามเบา ๆ ว่า
" เ ป็ น อ ะ ร า ย ย "
เราก็ตอบไปว่านอนไม่หลับ เค้าก็เลยก้มลงมาหอมที่หัวแล้วก็นอนต่อ
ยืนยันอีกทีว่าหอมที่หัวนะคะ
คือตอนอยู่ด้วยกันแรก ๆ เราก็คิดว่าเค้าคงตั้งใจจะจุ๊บหน้าผากมั้ง
แต่สังเกตมาหลายครั้งแล้วอ่ะค่ะ ไม่ใช่หน้าผากแน่ ๆ แต่เป็นหัวอิชั้นเอง
แถมเมื่อคืนไม่ได้สระผมด้วย
คุณวีร์ดมเอ๊ย หอมเสร็จ ก็เลยสลบไป... 555+
ส่วนเรา ชอบหอมที่หัวไหล่คุณวีร์ค่ะ
แต่ถ้าช่วงไหนพิศวาสมาก ๆ ก็จะหอมมือหลาย ๆ ฟอด
..คือถ้ารัก ก็แสดงให้เห็นว่ารัก ...จะได้รู้ว่ารัก... ชิมิคะ..??
วันนี้เขียนเยอะจัง..สงสัยจะติดนิสัยมาจากเจ้าพลอย หุหุ