
สวัสดีวันเสาร์
วันนี้เรามาทำงานวันหยุดค่ะ
ไม่ได้มาทำงานวันหยุดนานมากแล้วตั้งแต่พ่อป่วย
วันนี้งานเยอะเหลือเกิน ก็เลยต้องมารีบปั่นให้ทัน
วานนี้ประชุม ก็ดันเอ่ยสัจจะวาจาไปเยอะ ว่าจะทำโน่นทำนี่
คือเบื่อน่ะค่ะ เบื่อที่นายจะต้องมาตามงาน
มาคอยกระตุ้นให้เรามีไฟในการทำงาน
เราก็เลยโพล่งบอกแกไปเลย ว่าเราจะมีแผนจะประชาสัมพันธ์อะไรบ้าง
ผลคือนายไม่จู้จุกจิกกับเรา
แต่ก็กลายเป็นว่าเราให้คำมั่นไปแล้ว
เหนื่อยเลยตรู
แต่เอาน่า แลกกับค่าอบรมในเดือนหน้า
เพราะตั้งแต่ต้นปีมา เราได้อบรมตั้ง 4 คอร์ส
นับเป็นเงินแล้วร่วมหมื่นบาท
แอบเครียดเหมือนกันนะเนี่ย ว่าเพื่อนร่วมงานจะหมั่นไส้หรือเปล่า
....
ออกจากเรื่องงาน กลับมาเรื่องครอบครัวดีกว่า
วานนี้แอบปลื้ม
คุณสามีเดินเข้าห้องมา บอกว่า
"ภรรยา.... กางเกงในสามีย้วยแล้ว"
แอบปลื้ม ที่เค้าเริ่มคุ้นกับสรรพนามใหม่ที่เราเพิ่งเริ่มต้นใช้
เราก็ได้แต่เงียบ ๆ ไปเพราะยังเขินอยู่ที่เค้าเรียกเราแบบนี้
จำได้ว่าเคยรับปากว่าจะซึ้อบ๊อกเซอร์ให้ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อ
นี่บ่นเรื่องกุงเกงในอีก สงสัยต้องหาเวลาช็อปซะแล้ว
(หรือหายางมารัดให้ก่อนดี อิอิ)
เมื่อวานนี้ ถอยถุงเท้าให้สามี 4 คู่ถ้วน
แล้วก็ที่คาดผม
เป็นไงล่ะ สามีชั้น ...ใช้ที่คาดผมด้วย
ไม่ใช่แค่ที่คาดผมเท่านั้น
วานนี้นิรชราซื้อน้ำหอมให้ด้วย
กลิ่น Samba man
ปรกติเค้าใช้ Polo sport แต่เห็นว่าอยากลองเปลี่ยน ก็เลยเอากลิ่นนี้ให้
สามีบอก "ฉีดแล้วต้องเต้นด้วยหรือเปล่า"
หึหึ เต้นด้วยก็ดีนะ
...
วานนี้คุณสามีไปทานเลี้ยงกับกลุ่มหัวหน้าที่แผนก
เราเลยนั่งรถสองแถวกลับบ้านเอง
ระหว่างนั่ง ผมก็ปลิวมาแตะจมูก
เหมือนได้กลิ่นสามีตัวเอง
ตอนแรกคิดว่าหลอน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า
ตอนนี้เราใช้แชมพูสระผมขวดเดียวกับสามีแล้วนี่ฝ่า...
กลิ่นสามีที่เราคุ้นเคย ที่แท้ก็กลิ่นแชมพูนี่เอง
...
แป้งทาหน้าก็ใช้ยี่ห้อเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ยิ่งแล้วใหญ่ เราใช้แป้งทาตัว กับครีมอาบน้ำของสามี
แต่นี่เพิ่งแยกออกมาใช้ต่างหาก
คือต้องใช้กลิ่นแตกต่างกันบ้าง
เดี๋ยวจะแยกไม่ออก ว่ากลิ่นใครเป็นกลิ่นใคร
....
แต่ปัญหาใหญ่ของครอบครัวตอนนี้
คือน้ำหนักตัวที่ไม่ยอมลดลงของเรา
ตื่นเช้าทีไร เห็นหน้าตัวเองในกระจกแล้วอยากเอาเข็มเจาะ
เนื่องจากว่าหน้าอิชั้นมันบวมเหมือนลูกโป่ง

วานนี้ น้องสาวแฟนบอก
"พี่หนิง.. หนูไหว้หล่ะ เลิกกินได้แล้ว... น่ากลัวมั่กมาก"
ที่บอกให้เลิกกิน ก็คือยาคุมอ่ะค่ะ
ตอนแรกก็แอบดีใจ เพราะทานแล้วอื๊มขึ้น หน้าสวยใสไร้สิวดูมีน้ำมีนวล
แต่พอครบ 21 เม็ดแล้ว สภาพอิชั้นก็ดูเหมือนนักมวยปล้ำหญิง
แขนล่ำ พุงป่อง แล้วก็ตรูดหญ่ายส์มาก
หน้าใสแต่หุ่นฟาย
สรุปคือ ก็คงต้องเลิก...
....
เมื่อคืนพลิกตัวไปนอนกอดสามีที่นอนหันหลังให้
สามีทำเสียงคำรามเบา ๆ
เราก็เลยต้องหดแขนตัวเองออกมา แล้วก้ขำเล็ก ๆ
แต่ไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ อิชั้นยังคงนอนซุกอยู่ข้างหลังอย่างนั้น
เป็นคนติดแฟน ทำไงได้
ส่วนคุณแฟนก็ขี้ร้อนเหลือเกิน
อยากซื้อแอร์ก็กลัวเปลืองไฟ
ยุคนี้ จะทำอะไรต้องคิดแล้วคิดอีก ต้องรอบคอบกับการใช้ชีวิตให้มาก ๆ
...
อดทนหน่อย เดี๋ยวก็หน้าหนาวแล้ว...
ปล.แต่ถ้าคืนไหนอากาศดี สามีก็ยอมให้กอดนะคะ
เขียนเชิงนี้บ่อย เดี๋ยวจะมองว่าสามีไม่รัก
ยืนยันว่ารักค่ะ แต่รักแบบเพลงที่ว่าง (Spaces) ของ Pause
หุหุ
...
คืนนี้เรากลับไปนอนที่บ้านแม่
พรุ่งนี้มีนัดกับสามี หนีครอบครัวไปสวีทกันตามลำพัง 2-3 ชั่วโมง
จากนั้นก็กลับมาทำหน้าที่กันต่อ
สรุป ชีวิตครอบครัวตลอดเวลาที่ผ่านมา
ก็มีความสุขดีค่ะ อาจจะมีอึดอัดบ้างกับการอยู่กับคนในครอบครัว
เพราะโดยนิสัยของเราเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก
แต่ช่วงไหนที่เราเงียบ คุณสามีก็จะไม่เข้ามาในกรอบของเรา
คอยแอบมองเราอยู่ห่าง ๆ และคอยรักษาพื้นที่ส่วนตัวนั้นให้เรา
จนถึงเวลาที่เราเดินออกมา
ก็จะพบรอยยิ้มต้อนรับของเค้าเป็นคนแรกเสมอ
บ่อย ๆ ที่เราก็แปลกใจ ว่าเค้ารู้ได้ยังไงว่าเราคิดอะไรอยู่ และต้องการอะไร
เค้ารู้เสมือนนั่งฟังเราอยู่ในสมองเล็ก ๆ ของเรา
นี่แหละมั้ง ที่เค้าเรียกว่าคนรู้ใจ
ดีจัง ... เหมือนมีฝาแฝดที่สื่อความรู้สึกกันได้

รักแกนะวีวี่