สองวันมานี้ ปรนเปรอความสุขให้ตัวเองโดยการ Up Program ในคอมพิวเตอร์
ทำโน่นทำนี่อยู่นานหลายชั่วโมง งานการไม่ค่อยทำเท่าไหร่นัก
เหตุผลเพราะหงุดหงิดใจกับเรื่องงานบางอย่าง
ครั้นจะลากลับบ้านไปก็ใช่ที่ ก็เลยเลือกที่จะนั่งหาความทันสมัยให้กับตัวเองอย่างนี้
และแล้ว computer เราก็สดใสใหม่กิ๊กด้วยโปรแกรมเวอร์ชั่นล่าสุด
พร้อมทั้งปรับหน้าตาวินโดวส์ให้มันน่าใช้งาน
clear icon ที่ไม่ได้ใช้งานใน workspace ของ Lotus note ออกไป
พร้อมกับเปลี่ยนสีของ workspace tab ให้มันสดใสกว่าเดิม
ดาวน์โหลดฟอนท์ไทยมาเก็บไว้ใช้ทำประชาสัมพันธ์
แล้วก็ผ่านไป 1 วันกับการตามให้ทันเทคโนโลยี
ก็ดีค่ะ เหมือนได้สะสางความล้าสมัยออกไปจากตัวเอง
ได้ทำอะไรใหม่ขึ้น สะดวกขึ้น แล้วมันก็ส่งผลให้เรากำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย
...
ซึ่งสิ่งที่คิดได้ในวันนี้ ที่เราหงุดหงิดทั้งหมดมันก็แค่ความไม่พอใจส่วนตัว
เพราะถ้ามองให้ดีดี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วหล่ะสำหรับการสร้างความตื่นตัว
เมื่อวานซืน ถูกคุณสามีดุเรื่องนั่งกินข้าวไม่สุภาพ
คือนั่งเอาเท้าขึ้นมาวางบนเบาะเก้าอี้ที่คุณสามีนั่งอยู่
คุณวีร์บอก "พาดคอเลยมั้ย"
เราอึ้งไป แต่ก็ไม่แก้ไขทันที เพราะกลัวเสียฟอร์ม
วางเท้าไว้ซักพัก แล้วค่อย ๆ ยกออกมาตอนสามีเผลอ
เฮ้อ..เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้หายซักทีฟระตู
เพราะบางที เราก็มีนิสัยห่ามเยอะไปหน่อย
ไม่รู้ว่าฮอโมนเพศชายมันพุ่งพรวด
หรือเพราะตอนเด็ก ๆ พยายามทำตัวเลียนแบบเด็กผู้ชายมากไปหน่อย
ณ ตอนนี้ บางทีเราก็ไม่ค่อยจะหญิงเท่าไหร่นัก
ตอนที่กลับบ้าน หยิบรูปเก่า ๆ มาดู
ว่าจะเอามาให้อ้อนดูว่าแต่ก่อนเราเป็นผู้ชายมากขนาดไหน
แต่พอนึกถึงปากอันจัดจ้านของสองพี่น้อง เราก็เปลี่ยนใจเก็บรูปไว้ที่บ้าน
ขอเก็บความเป็นชายไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียว
(เขียนเหมือนตัวเองเป็นกระเทยแปลงเพศยังไงไม่รู้)
...
เมื่อวันอังคาร น้องกุ้งกับน้องตั้มเอาของขวัญแต่งงานมาให้
เป็นโคมไฟน่ารักเชียวค่ะ
แต่เราค่อนข้างเกรงใจ เพราะไม่ได้จัดงานอะไร
แต่ก็รับไว้ด้วยความยินดี กลับถึงบ้านเขียนเมล์ไปขอบคุณน้องทั้งสอง
คือสองคนนี้ เริ่มรักกันมาพร้อม ๆ กับความรักของเรา
(ฝ่ายหญิงจีบฝ่ายชายก่อนเหมือนกันเด๊ะ)
หุหุ
แล้วก็ยังมาใช้ชีวิตคู่ปีเดียวกันอีก กุ้งตั้มแต่งงานวันที่ 16 มีนาคม
ส่วนเราก็ 27 พฤษภาคม ห่างกัน 2 เดือนเท่านั้น
...
ส่วนวันจันทร์ พี่พรรณีก็เอาของขวัญมาให้อีก เป็นจานกินข้าวสีสวย
เทศกาลแต่งงานยังไม่จบสิ้น เพราะว่าพี่ไช้ยังรอวันว่างจากเราอยู่
นับนิ้วดู ก็จดทะเบียนสมรสมาทั้งสิ้น 23 วันแล้ว
บางครั้งก็แอบกังวล ว่าอยู่ด้วยกันทุกวันจะชินกันหรือเปล่า
ชินกับการใกล้ชิด จนทำให้ความรักขาดความคิดถึงเหมือนแต่ก่อน
แต่ก็ไม่รู้สิ ตอนนี้ทำงานห่างกันไม่ถึง 2 ช่วงตึก
ยังคิดถึงแฟนตลอดเวลาเลย
หื่น ๆ อย่างเรา ความรักน่าจะจืดยาก 555+
...
วานนี้เจอแม่ที่ตลาด จิตตกไปแป๊บนึงตอนจากแม่
โตจนป่านนี้ นิรชราก็ยังติดแม่อยู่
ซึ่งเย็นวันนี้ เราก็จะได้กลับไปนอนบ้าน
และก็คงจะเหมือนเดิมอีก ก็คือกลับบ้านแล้วก็คิดถึงสามี
แต่พอได้อยู่กับสามี ก็ดันคิดถึงแม่ โอย จะบ้าตายชีวิต
....
วานนี้หอบหิ้ว OP กลับบ้าน ของที่ได้คือครีมทาผิว กับแป้งหอม
ตอนดมกลิ่นที่ร้านก็หอมดี แต่พอกลับมาใช้ทีบ้านรู้สึกเหม็นเขียวยังไงไม่รู้
ทาครีมเสร็จขึ้นเตียงนอน สามีหันหลังให้ทันที
เล่นเอานิรชราเสียความมั่นใจไปเลยทีเดียว
ตอนแรกก็ชวนเค้าไปช่วยเลือก แต่พอถึงร้านเราก็ดันมัวแต่เขิน
ก็เลยรีบ ๆ เลือก รีบ ๆ จ่าย
(ซึ่งเหตุที่เขิน เพราะมัวแต่คิดว่า จะเลือกกลิ่นไหนไปยั่วสามี
ปรากฎว่า แทนที่จะเป็นยั่วอารมณ์ กลายเป็นยั่วโทสะซะงั้น 555+)
....
