<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>
วันนี้กลับบ้าน
...เช้านี้ประชุม ในบรรยากาศที่เราหน้าหงิกสุด ๆ เบื่อน่ะค่ะเบื่อความเห็น ที่มีแค่ Think แต่ไม่มี Do(คนทำมีน้อยนิด แต่คนคิดมีมากมาย)สิ่งที่คิดคือ คราวหน้าประชุม เราจะไม่เอาปัญหาของเรามาพูดแล้วเพราะมันเหมือนเรามาบ่นมากกว่าอีกอย่างเราแก้ไขปัญหาเองทุกครั้งที่เจอ ฉะนั้นก็คิดเองทำเองจะได้ไม่รู้สึกเหมือนว่าถูกทับถม เพราะบางทีการบ่นมันก็ทำให้เราถูกมองว่าทำงานไม่เป็นมืออาชีพอีกอย่าง เวลาเราเห็นใครบ่นมากๆ เราก็รู้สึกหมดศรัทธาเหมือนกันฉะนั้นก็หยุดบ่นซะ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป ทำบ้างพักบ้าง อย่าเครียดเพราะยังไงซะมันก็เป็นอาชีพสุจริตที่เราต้องทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ...อาการพ่อตอนนี้ที่น่ากังวลก็คือพ่อเจ็บปอดมากขึ้นเวลาเช็ดตัวต้องระวังมือมากกว่าเดิมเพราะเจ็บ 2 จุดคือช่วงสีข้างกับชายโครงส่วนเรื่องระบบขับถ่าย ก็ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพียงแต่ว่าต้องเคร่งครัดเรื่องเส้นใยหน่อยเพราะถ้าช่วงไหนทานแต่เนื้อปลา ช่วงนั้นพ่อจะไม่ถ่ายทันทีวานนี้คุณวีร์เลยจัดอาหารเป็นเมนูผักให้ ส่วนน้ำผลไม้สกัดก็ยังมีให้พ่อได้ทานทุกเย็นเพียงแต่ว่ายังเป็นผลไม้เดิม ๆ อยู่ คือแอปเปิ้ลเขียว มะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง... เมื่อวานแวะเข้าซุปเปอร์มาเก็ตซื้อของมาปรนเปรอตัวเองเพราะเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าอารมณ์จะออกแนวหงุดหงิดง่ายหงุดหงิดแม้กระทั่งเรื่องความรักของชาวบ้านจนต้องมานั่งสงบใจ ว่าคนเรามันต้องผ่านความรักหลายรูปแบบเสียก่อนถึงจะเข้าใจคำว่า "รักแท้"เล่าไปเดี๋ยวจะงง คือหลายวันผ่านมานี้ เราค่อนข้างขัดใจเวลาเจ้าอ้อนมาปรึกษาเรื่องแฟนคือในส่วนของเรา ถ้าเรารักใคร เราจะห่วงเค้ามากกว่าตัวเองอยากให้เค้าได้รับแต่สิ่งดีดี มากกว่าที่อยากให้เค้าคอยหาสิ่งดีดีมามอบให้แล้วยิ่งมาเจออาการลังเลเข้าไปอีก เราก็เลยยิ่งไม่ศรัทธาความรักแบบนี้ซึ่งเราเอง ก็เสียน้ำใจน้องเค้าโดยการวีนกลับไปหลายครั้งแทนที่จะให้คำปรึกษาอย่างพี่ที่ดี รักจริงเจอคนรักจริง ก็ต้องเป็นรักจริงแต่ถ้ารักจริงเจอรักไม่จริง ยังไง ๆ มันก็ไม่มีทางเป็นรักที่ดีได้แต่ยังไง รูปแบบความรักของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน ก็คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวเรียนรู้เอาเองอ่ะค่ะ...เช้านี้สามีบอกหลังจากที่เห็นโต๊ะเครื่องแป้งว่า "คุณนิรชรา ทำไมไม่เอาระบบ 5 ส.ที่ทำงานมาใช้ที่บ้านบ้างละเนี่ยะ"ประมาณว่าเห็นเราอยู่ที่ทำงานแล้วเคร่งครัดกฎ 5 ส.ซะงั้นเราก็เถียงไปเล็กน้อย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า แก้ไขดีกว่า อย่าแก้ตัวเลยคือบางทีเราก็เผลอเรออ่ะค่ะ วางโน่นวางนี่ไม่ค่อยเป็นระเบียบซึ่งที่ทำงานเราทำได้เพราะเราจะแบ่งเวลาทำ 5 ส.ก่อนกลับบ้าน 5 นาที(16.55น. ก็ปิดคอมทำ 5 ส.เลย)แต่พออยู่บ้านกว่าจะทำอะไรเสร็จ คุณสามีก็ปิดไฟนอนแล้วทุกคืนต้องนั่งทาครีมในความมืด ข้าวของที่วางบนโต๊ะเครื่องแป้งเลยรกทุกเช้าก็ดีค่ะ..อยู่กับคุณชายระเบียบ จะได้เป็นคนระเบียบตามไปด้วย และด้วยความที่สนิทกันมาก บางทีเล่นกันแล้วก็เผลอด่าเมื่อวานเลยถูกตำหนิเล็ก ๆ แบบค่อนขอดอ่ะค่ะเราก็เลยคลานไปก้มลงกราบขอโทษแบบขำ ๆ ไปจริง ๆ แล้วก็รู้สึกผิดอ่ะค่ะ เพราะบางทีอารมณ์ห้าวมันก็พรุ่งปี๊ดจนลืมตัว....วันนี้กลับไปนอนบ้านแม่ เที่ยงนี้เลยชวนคุณสามีออกไปทานข้าวข้างนอกบริษัทกันสองต่อสองแม้จะดูสิ้นเปลืองไปหน่อย ไหนจะค่าข้าวที่แพงขึ้น และน้ำมันที่ต้องใช้ขับออกไปแต่ก็เพื่อความหวานของชีวิตคู่อ่ะค่ะ อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง (แหม..เหมือนชื่อเพลงเลย)สามีก็น่ารักซะไม่มี เสนอปุ๊บ สนองปั๊บไม่มีอิดออด เดี๋ยวต้องตบรางวัลซะกะหน่อยแล้ว หุหุ...ไม่ได้เจอกัน 1 คืน อย่าลึมคิดถึงภรรยาบ้างนะคะ ^ ^
...เช้านี้ประชุม ในบรรยากาศที่เราหน้าหงิกสุด ๆ เบื่อน่ะค่ะเบื่อความเห็น ที่มีแค่ Think แต่ไม่มี Do(คนทำมีน้อยนิด แต่คนคิดมีมากมาย)สิ่งที่คิดคือ คราวหน้าประชุม เราจะไม่เอาปัญหาของเรามาพูดแล้วเพราะมันเหมือนเรามาบ่นมากกว่าอีกอย่างเราแก้ไขปัญหาเองทุกครั้งที่เจอ ฉะนั้นก็คิดเองทำเองจะได้ไม่รู้สึกเหมือนว่าถูกทับถม เพราะบางทีการบ่นมันก็ทำให้เราถูกมองว่าทำงานไม่เป็นมืออาชีพอีกอย่าง เวลาเราเห็นใครบ่นมากๆ เราก็รู้สึกหมดศรัทธาเหมือนกันฉะนั้นก็หยุดบ่นซะ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป ทำบ้างพักบ้าง อย่าเครียดเพราะยังไงซะมันก็เป็นอาชีพสุจริตที่เราต้องทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ...อาการพ่อตอนนี้ที่น่ากังวลก็คือพ่อเจ็บปอดมากขึ้นเวลาเช็ดตัวต้องระวังมือมากกว่าเดิมเพราะเจ็บ 2 จุดคือช่วงสีข้างกับชายโครงส่วนเรื่องระบบขับถ่าย ก็ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพียงแต่ว่าต้องเคร่งครัดเรื่องเส้นใยหน่อยเพราะถ้าช่วงไหนทานแต่เนื้อปลา ช่วงนั้นพ่อจะไม่ถ่ายทันทีวานนี้คุณวีร์เลยจัดอาหารเป็นเมนูผักให้ ส่วนน้ำผลไม้สกัดก็ยังมีให้พ่อได้ทานทุกเย็นเพียงแต่ว่ายังเป็นผลไม้เดิม ๆ อยู่ คือแอปเปิ้ลเขียว มะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง...
เมื่อวานแวะเข้าซุปเปอร์มาเก็ตซื้อของมาปรนเปรอตัวเองเพราะเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าอารมณ์จะออกแนวหงุดหงิดง่ายหงุดหงิดแม้กระทั่งเรื่องความรักของชาวบ้านจนต้องมานั่งสงบใจ ว่าคนเรามันต้องผ่านความรักหลายรูปแบบเสียก่อนถึงจะเข้าใจคำว่า "รักแท้"เล่าไปเดี๋ยวจะงง คือหลายวันผ่านมานี้ เราค่อนข้างขัดใจเวลาเจ้าอ้อนมาปรึกษาเรื่องแฟนคือในส่วนของเรา ถ้าเรารักใคร เราจะห่วงเค้ามากกว่าตัวเองอยากให้เค้าได้รับแต่สิ่งดีดี มากกว่าที่อยากให้เค้าคอยหาสิ่งดีดีมามอบให้แล้วยิ่งมาเจออาการลังเลเข้าไปอีก เราก็เลยยิ่งไม่ศรัทธาความรักแบบนี้ซึ่งเราเอง ก็เสียน้ำใจน้องเค้าโดยการวีนกลับไปหลายครั้งแทนที่จะให้คำปรึกษาอย่างพี่ที่ดี
รักจริงเจอคนรักจริง ก็ต้องเป็นรักจริงแต่ถ้ารักจริงเจอรักไม่จริง ยังไง ๆ มันก็ไม่มีทางเป็นรักที่ดีได้แต่ยังไง รูปแบบความรักของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน ก็คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวเรียนรู้เอาเองอ่ะค่ะ...เช้านี้สามีบอกหลังจากที่เห็นโต๊ะเครื่องแป้งว่า "คุณนิรชรา ทำไมไม่เอาระบบ 5 ส.ที่ทำงานมาใช้ที่บ้านบ้างละเนี่ยะ"ประมาณว่าเห็นเราอยู่ที่ทำงานแล้วเคร่งครัดกฎ 5 ส.ซะงั้นเราก็เถียงไปเล็กน้อย แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า แก้ไขดีกว่า อย่าแก้ตัวเลยคือบางทีเราก็เผลอเรออ่ะค่ะ วางโน่นวางนี่ไม่ค่อยเป็นระเบียบซึ่งที่ทำงานเราทำได้เพราะเราจะแบ่งเวลาทำ 5 ส.ก่อนกลับบ้าน 5 นาที(16.55น. ก็ปิดคอมทำ 5 ส.เลย)แต่พออยู่บ้านกว่าจะทำอะไรเสร็จ คุณสามีก็ปิดไฟนอนแล้วทุกคืนต้องนั่งทาครีมในความมืด ข้าวของที่วางบนโต๊ะเครื่องแป้งเลยรกทุกเช้าก็ดีค่ะ..อยู่กับคุณชายระเบียบ จะได้เป็นคนระเบียบตามไปด้วย
และด้วยความที่สนิทกันมาก บางทีเล่นกันแล้วก็เผลอด่าเมื่อวานเลยถูกตำหนิเล็ก ๆ แบบค่อนขอดอ่ะค่ะเราก็เลยคลานไปก้มลงกราบขอโทษแบบขำ ๆ ไปจริง ๆ แล้วก็รู้สึกผิดอ่ะค่ะ เพราะบางทีอารมณ์ห้าวมันก็พรุ่งปี๊ดจนลืมตัว....วันนี้กลับไปนอนบ้านแม่ เที่ยงนี้เลยชวนคุณสามีออกไปทานข้าวข้างนอกบริษัทกันสองต่อสองแม้จะดูสิ้นเปลืองไปหน่อย ไหนจะค่าข้าวที่แพงขึ้น และน้ำมันที่ต้องใช้ขับออกไปแต่ก็เพื่อความหวานของชีวิตคู่อ่ะค่ะ อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง (แหม..เหมือนชื่อเพลงเลย)สามีก็น่ารักซะไม่มี เสนอปุ๊บ สนองปั๊บไม่มีอิดออด เดี๋ยวต้องตบรางวัลซะกะหน่อยแล้ว หุหุ...ไม่ได้เจอกัน 1 คืน อย่าลึมคิดถึงภรรยาบ้างนะคะ ^ ^