เมื่อวานเย็น เรากลับบ้านไปหาเอกสารต่าง ๆ
สำหรับเตรียมจดทะเบียนสมรสและจดรับรองบุครบุญธรรม
ซึ่งเจ้ายูก็ช่วยเราเตรียมไว้ส่วนนึงแล้ว
แต่ทะเบียนบ้านดันอยู่กับรถแม่ ก็เลยยังขาดอยู่
เช้านี้โทรหาแม่ แม่บอกว่าเดี๋ยวจะเก็บไว้ให้ในบ้าน
จะมาเอาวันไหนก็ได้..
แม่แอบแซวนิดนึง ว่าจะใจร้อนไปไหน อีกตั้ง 2 อาทิตย์
แล้วแม่ก็ถามถึงคุณวีร์ ว่าเป็นไงบ้าง โล่งใจหรือยังที่ได้คุยกับแม่
เราตอบแม่ไปว่าคุณวีร์ดูอารมณ์ดี
แต่ที่เราแอบยิ้ม ๆ ก็ตรงที่คุณวีร์บอกพี่ไช้แล้วว่าจะลาจดทะเบียนสมรส
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า คุณวีร์เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
ในส่วนของเรา เราก็บอกเจ้านายพี่นกไปแล้วล่ะค่ะ
พี่นกยืนฟังเราพร้อมกับเอามือลูบแขน บอกว่า "พี่ขนลุกอ่ะหนิง"
แล้วแกก็แสดงความยินดีด้วยรอยยิ้มที่กว้างมากกว่าปรกติ
เราคิดในใจ "ถึงจะไม่จัดงาน แต่อิชั้นยินดีรับซองเสมอ"
555+
วานนี้ตอนเย็น เราก็เขียนเมล์หาอดีตเจ้านายสุดที่รัก
พี่เค้าตอบมาคล้าย ๆ กันว่า
"อ่านไปขนลุกไป...ไม่ได้กลัวผีนะ
แต่ตื่นเต้นและดีใจแทนหนิงที่ได้เจอคนดีๆ แบบโอ๋
.....ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ"
เลยแปลกใจ จะขนลุกกันทำไม
แต่ก็นั่นแหละค่ะ แม้แต่ตัวเราเอง ก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
เช้านี้ คุณวีร์คุยเรื่องเอกสารว่าต้องเตรียมอะไรบ้างเกี่ยวกับการรับรองบุตรบุญธรรม
เค้าบอกว่าไป search ในเน็ตมาบ้างแล้ว
แล้วก็ถามเราว่าจดทะเบียนแล้วเราจะย้ายเข้าทะเบียนบ้านคุณวีร์เลยมั้ย
ซึ่งไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าเพราะว่าพ่อเป็นเจ้าบ้าน
จะมาเซ็นรับอะไรก็คงจะลำบาก
...
ความรู้สึกก่อนจะแต่งงาน มันดีอย่างนี้นี่เอง
ซึ่งนิยามคำว่าแต่งงานของเรา ก็คือการจดทะเบียนนี่แหละ
อย่างที่บอกไปหลายครั้งตั้งแต่คบกันแรก ๆ
ว่าเราชอบแบบนี้มากกว่า
ตอนนี้ เริ่มคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านคุณวีร์แล้ว
ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างเราก็เริ่มใช้ได้คล่องแคล่ว
แต่ก็มีบางทีที่ยังซุ่มซ่ามบ้าง
อย่างเช่นวานนี้ เราหั่นผักคะน้าให้คุณวีร์
แล้วมัวแต่เผลอไปมองคุณวีร์ทำอะไรซักอย่าง
มีดก็เลยบาดเข้าเนื้อลงไปลึก
โดนปุ๊บมองหน้าคุณวีร์ปั๊บ เพราะกลัวโดนดุ
แต่คุณวีร์ไม่ดุเราซักคำ ตรงกันข้ามยังพาเราไปล้างแผลอีกตะหาก
ตอนล้างแผล เราแอ๊บแตกเลย เพราะมันเจ็บมาก ๆ
ซักพัก ก็ปล่อยโฮ ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เจ้าอ้อนขำดังลั่น บอกว่า "เจ๊แกมาเวอร์ชั่นไหนเนี่ยะ"
เพราะเราซุ่มซ่ามบ่อยแต่ก็ไม่เคยร้องไห้
ซึ่งจุดอ่อนของเราคือ เจ็บปวดได้ แต่บาดเจ็บไม่ได้
คือถ้าถึงขั้นเลือดออกแล้ว นิรชราปล่อยโฮทันที
วานนี้ร้องไห้ไป คุณวีร์ก็ลูบหัวไป
ตอนนั้น คิดถึงน้องชายขึ้นมาเหมือนกัน
เพราะตอนอยู่บ้าน กิ๊กมันก็จะเป็นคนทำแผลให้
และทุกครั้งที่เราเจ็บแล้วร้องไห้
มันก็จะบอกว่า "กิ๊กกะแล้วว่าเดี๋ยวเจ๊หนิงต้องปี่แตก"
เห็นคุณวีร์กับอ้อนแล้วก็อบอุ่นนะคะ
เหมือนเค้าเป็นพี่เป็นน้องเราจริง ๆ
....
วันที่ 28 พ.ค. เป็นวันที่พี่ไช้บวชพระพอดี
ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี
เพราะเราตั้งใจจะทำบุญวันจดทะเบียนพอดีเหมือนกัน
ก็เลยคุยกับคุณวีร์ว่า จดเสร็จแล้วก็ไปถวายสังฆทานให้พี่ไช้
ซึ่งเป็นเหมือนพี่ชายที่เรารักมาก
และข้าวของในชุดสังฆทาน เราก็สามารถซื้อได้ด้วยความเต็มใจ
เพราะถวายให้พี่ชายของเราเอง
คิด ๆ แล้ว เหมือนพรหมลิขิตนะคะ
สวรรค์ส่งพี่ไช้มาเป็นพี่ชายและเจ้านายที่แสนดีของคุณวีร์
แล้วก็ยังได้เป็นพระที่ให้พรเราสองคนในวันแต่งงานอีก
(ขอเรียกวันจดทะเบียนเป็นวันแต่งงานละกันนะคะ)
ดีจังเลย

....
อาการพ่อ
พ่อทานข้าวเก่งค่ะ
มีปัญหาเรื่องปวดขาบ้าง
แต่แผลที่เราวิตกกังวลกันก็ไม่มีกลิ่นแล้ว
พอดีเพื่อนพี่ไช้เป็นพยาบาล คุณวีร์เลยโทรไปปรึกษาได้
และเค้าก็ให้คำแนะนำที่ทำให้แผลพ่อดีขึ้น
เมื่อคืน ความจริงเราต้องเฝ้าพ่อตอนตีสาม
แต่ดันลืมตั้งนาฬิกาปลุก และคุณวีร์ก็ไม่ยอมปลุก
ก็เลยกลายเป็นว่าคุณวีร์เฝ้าคนเดียวตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงเช้า
เช้านี้เช็ดตัวพ่อละเอียดยิบ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงรวมเปลี่ยนผ้าปูที่นอนด้วย
เย็นนี้รีบกลับ ไปเอาเท้าพ่อแช่น้ำอุ่นจัดสลับกับน้ำเย็นตามที่เน็ตแนะนำ
เพื่อให้พ่อหายปวดขาเร็ว ๆ