เช้าวันนี้ นิรชรามีอันต้องเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อมาอบรมที่ สสท.
รถบริษัทมารับหน้าโรงพยาบาล เราเลยไม่ได้ไปทำงานพร้อมกันกะคุณวีร์
อาบน้ำเสร็จ ก็มาเช็ดอึให้คุณพ่อก่อน (คุณวีร์ไปทำงานตอนที่เราเข้าห้องน้ำ)
เช็ดเสร็จ ผู้ช่วยดูแลคนไข้ก็มาเช็ดตัวให้คุณพ่อ
จากนั้น ก็ได้เวลาเดินทาง เราออกมารอรถตอน 7.00 โมง
ในรถ หลับสนิทศิษย์ส่ายหน้าไปเลย ปล่อยให้พี่นาทีคุยกับคนขับรถไปตามลำพัง
ถึง สสท.เราก็จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้ตัวเองกับพี่นาที เนื่องจากว่าเรามาที่นี่บ่อย
แต่พี่นาทีมาอบรมที่ สสท.เป็นครั้งแรก
การเรียนไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ ก็ดีค่ะ เหมือนมาพักผ่อน
เพราะวานนี้เราก็ออกแนวเครียดมากมายกับงานที่ทำ
พรุ่งนี้ คุณวีร์ลาพักร้อนเฝ้าพ่อ เราก็คงมาทำงานพร้อมเจ้าอ้อนอีกเหมือนเดิม
...
เมื่อคืน เราออกแนวอู้งาน ลืมตามาเห็นสองพี่น้องพลิกตัวให้พ่อ เราก็หลับต่อ
ไม่ได้ลุกขึ้นมาช่วยเท่าไหร่ เหตุเพราะมันหมดฤทธิ์ยาวิตามินบีจริง ๆ ค่ะ
ได้มาช่วยก็ประมาณช่วงตี 3 ถึงตอนเช้า
ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่เรียกแต่คุณวีร์ไม่ได้เรียกเจ้าอ้อน
เหตุเพราะเราเห็นว่าอ้อนมันกำลังเป็นมนุษย์เมนส์
แต่ก็ลืมนึกไปว่าคุณวีร์ดูแลพ่อติดต่อกันมาหลายวันแล้ว
เอาน่า ทนอีกนิสส์ เดี๋ยววันเสาร์ก็ได้กลับบ้านมาพักผ่อนแล้ว
อีกอย่าง ตอนนี้เรื่องที่น่าเป็นห่วงของพ่อก็หมดลง 1 เรื่อง
คือเรื่องพ่อท้องผูก ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องใช้วิธีสวนตลอด
เราก็เลยกังวลกันว่า ถ้าพ่อกลับมาบ้าน จะทำกันยังไง
แต่ปรากฎว่า หลังจากฉายแสงไปแล้วสองสัปดาห์
ระบบขับถ่ายของพ่อก็กลับเข้าสู่สภาพเดิม คือถ่ายเช้าเย็น
เมื่อวานคุณวีร์วีนแบบขำ ๆ ว่าเจอคอมโบเซ็ตของคุณพ่ออยู่คนเดียว
น้องแนนกลับไปแล้ว ส่วนเราอยู่ระหว่างการเดินทางไป รพ.
ตอนนี้ พ่อได้ท่านอนที่ไม่ทำให้ปวดขาแล้ว
แต่ก็ไม่รู้จะได้ผลไปซักกี่วัน ก็ลองดูค่ะ
เพราะเมื่อคืน เราก็ตื่นมานวดแค่ครั้งเดียว ไม่เหมือนคืนก่อนที่นวดแทบทุกชั่วโมง
...
วันนี้ อาจจะแวะกลับบ้านก่อน แล้วค่อยนั่งรถเมล์มา รพ.
เอาหน้าไปให้แม่เห็นซะหน่อย วานนี้กลับบ้านแม่ระบายเรื่องนั้นเรื่องนี้ยืดยาวเลย
(ปล่อยอ้อนนั่งรอหน้าโรบินสัน)
แม่ได้ลูกน้องมาใหม่ 1 คน เวิร์คกว่าคนที่อยู่ปัจจุบัน เห็นว่าเรียนรู้งานเร็ว
ก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้มากหรอก แค่คุยกับแม่มากขึ้นก็คงจะพอไหว
กะว่าอาทิตย์นี้จะไปขัดห้องน้ำให้ซะหน่อย
สู้สู้ เพื่อพ่อ เพื่อแม่ และครอบครัวของเราสองคน